7 ลำดับแรงค์บน Free Fire ที่ควรรู้

Free Fire

ในเกม Free Fire ผู้เล่นแต่ละระดับจะถูกแบ่งกลุ่มด้วยแรงค์ โดยระดับชั้นในเกมจะไปตามฤดูกาล ซึ่งเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดก็จะเป็นการหมุนเปลี่ยนอีกครั้งโดยปกติจะเป็นเวลาประมาณ 2 เดือนผู้เล่นในระดับสูงต่างๆ ก็จะถูกรีเซตทั้งหมดมาเป็นแรงพื้นฐานเพื่อเริ่มต่อสู้ฝากฝันไปยังแรงที่ผู้เล่นใฝ่ฝันอีกครั้ง 

แรงค์สำคัญอย่างไร

ถ้าถามว่าทำไมการจัดแรงค์ถึงเป็นสิ่งสำคัญในการเล่นเกม Free fire ซึ่งแน่นอนว่าการจัดแรงนี้เราก็ไม่ได้สามารถพบเห็นได้ในเกมนี้เกมเดียวเนื่องจากก็มีหลายเกมเช่นกันที่จัดกลุ่มโดยการแบ่งตามแรงค์ แต่แน่นอนว่าในการเล่นเกมก็จะแบ่งผู้เล่นออกเป็น สอง ประเภท โดยผู้เล่นกลุ่มแรกจะเป็นผู้เล่นที่ไม่จริงจังมากนัก เน้นเล่นเกมเพื่อความสนุกไม่ได้ต้องการที่จะเล่นให้เก่งขนาดนั้น แต่กลุ่มผู้เล่นกลุ่มที่ 2 บางคนก็ต้องการแสดงการแข่งขันหรือโชว์ทักษะการเล่นผ่านเกม แล้วอะไรกันบ้างนะที่จะโชว์ผ่านแรงค์ให้ผู้เล่นคนอื่นได้รับรู้

1. โชว์ทักษะ: หากจะเลื่อนระดับหรือตำแหน่งไปยังอีกระดับหนึ่งหรือระดับถัดไป แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีข้อจำกัดให้ชัดเจนเพื่อเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ฉะนั้นการที่คุณผ่านแรงค์นี้ไปได้ประเด็นที่ผ่านการรับรอง ฉะนั้นสิ่งนี้ก็จะเป็นอย่างหนึ่งที่สามารถบอกทักษะการเล่นของผู้เล่นได้ชัดเจน

2. เหมือนกับโรงเรียน: ถ้าเปรียบแรงค์กับโรงเรียน แรงค์ก็เป็นเหมือนระดับชั้นของนักเรียนแต่ละระดับ โดยเริ่มจากผู้เล่นมือใหม่ก็จะอยู่ที่ระดับเริ่มต้นหรือระดับพื้นฐานที่สุดจากนั้นก็ค่อยๆ ไต่ไปที่ระดับชั้นจนไปถึงระดับสุดยอด

3. พบกับคู่ต่อสู้ที่มีความสามารถที่สูงกว่า: แน่นอนว่าเมื่ออันดับของคุณสูงขึ้น คู่ต่อสู้ของคุณก็จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นตามระดับโดยอัตโนมัติเช่นกัน นอกจากสิ่งนี้จะเป็นการกระตุ้นการกระหายในชัยชนะแล้ว คู่ต่อสู้ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิมยังสามารถเป็นคู่ฝึกซ้อมที่ดีให้กับคุณได้เนื่องจากคุณจะสามารถเรียนรู้เทคนิคการต่อสู้ใหม่ๆ ให้ดีขึ้นและแม่นยำขึ้นได้

แต่แน่นอนว่าเมื่อเริ่มเล่นก็ไม่ใช่ว่าคุณจะสามารถมีอันดับแรงค์ได้เลย ผู้เล่นจะต้องมีอย่างน้อยเลเวล 5 ก่อนจะเริ่มไต่แรงค์ได้ จากนั้นแต่ละระดับก็จะมีคะแนนอันดับที่แตกต่างกันฉะนั้นแล้วเมื่อคุณคะแนนถึงอันดับของแต่ละขั้นนั้นไม่ว่าจะด้วยการเล่นเกมที่ผ่านไปแต่ละแมตช์หรือการทำภารกิจให้สำเร็จตามภารกิจนั้นๆ และเมื่อคุณคะแนนถึงอันดับนั้นๆ คุณก็จะสามารถไต่แรงค์ขึ้นไปได้

ซึ่งก็จะเห็นว่าจำนวนคะแนนที่คุณได้รับจะเป็นตัวกำหนดระดับอันดับของคุณซึ่งจะแบ่งเป็น 7 ระดับดังนี้

1. Bronze

Bronze คืออันดับต่ำสุดที่คุณจะได้รับในช่วงแรกที่คุณเล่น และเพื่อไปยังระดับถัดไปคุณจะต้องผ่าน 3 ภารกิจที่เกมกำหนดไว้ โดยคะแนนขั้นต่ำที่จะสามารถเลื่อนไปยังอันดับถัดไปคะแนนจะต้องอยู่ที่ 1,000-1,300

หากคุณอยู่ที่ระดับนี้ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล รางวัลที่คุณจะได้รับคือ 1,000 โกลด์ (พร้อมหน่วยอันดับโทเค็น หน่วยสแกนเนอร์ และหน่วยเสบียงเพิ่มเติมสำหรับประเภทบรอนซ์ 2 และ 3)

2. Silver

2. Silver

เมื่อคุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของเกม เข้าสู่ระดับถัดมานั่นก็คือ Silver นั่นเอง แต่หากคุณถึงระดับนี้แล้วคุณจะมีคู่ต่อสู้ที่มักจะมีความสามารถที่สูงกว่า และในการเลื่อนขั้นลำดับถัดไป คุณก็จะต้องผ่านด่านเป็นจำนวน 3 ด้านเช่นกันโดยจะต้องมีคะแนนขั้นต่ำอยู่ที่ 1,301 ถึง 1,600

หากคุณอยู่ในระดับนี้เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลง คุณจะได้รับรางวัลในรูปของทอง 1,500 เหรียญ โทเค็นอันดับยูนิต ดรอปยูนิต แบนเนอร์สีเงิน เครื่องสแกนยูนิต แผนที่เสบียงยูนิต และกองไฟ ประเภทของรางวัลเพิ่มเติมจะแตกต่างกันไปตามระดับซิลเวอร์ (1, 2 หรือ 3)

3. Gold

3. Gold

หากในการจัดอันดับก่อนหน้านี้ คุณพบกับบอท Free Fire มากมันจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในระดับนี้ เนื่องจากว่าคุณจะเจอกับผู้เล่นจริงมากขึ้น และคุณจะได้เรียนรู้ว่าความสามารถของผู้เล่นบนโลกออนไลน์นั้นค่อนข้างมีความสามารถที่หลากหลาย โดยในการเลื่อนระดับจากระดับนี้ คุณก็ยังจะต้องผ่านด่าน 3 ด่านด้วยเช่นกันซึ่งคะแนนจะต้องอยู่ที่ 1,601-2,100

รางวัลสิ้นสุดฤดูกาลที่ระดับนี้คือ 2,000 ทอง, โทเค็นอันดับหน่วย, ป้ายทอง, แผนที่หน่วย, หน่วยเสบียง และเสื้อผ้าสีทอง ประเภทของรางวัลเพิ่มเติมจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระดับโกลด์ของคุณ

4. Platinum

4. Platinum

ในระดับนี้ ผู้เล่นมือใหม่หลายคนจะเข้าใจฝีมือและทักษะรวมไปจนถึงแผนที่มากขึ้น เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่จะค้นพบสไตล์การเล่นของตัวเองแล้วในระยะสั้นๆ ฉะนั้นการเล่นในแรงค์นี้ก็จะเป็นการต่อสู้ที่ซับซ้อนและตึงเครียดมากขึ้น

และเช่นเดิมหากคุณจะผ่านจากแรงนี้ไปได้คุณจะต้องผ่านด่าน3 ด้านด้วยกัน โดยคะแนนที่ต้องการจะอยู่ที่ 2,101—2,600 รางวัลสำหรับการรีเซตฤดูกาลสำหรับคลาสนี้คือ 2,500 ทอง พร้อมเพิ่มเติมในรูปแบบของโทเค็นอันดับหน่วย หน่วยเสบียง และบัตรกำนัล Gold Royale ผู้เล่นทุกคนในคลาสแพลทินัมจะไม่ได้รับรางวัลเพิ่มเติม แต่จะแบ่งออกเป็นสี่ระดับ

5. Diamonds

5. Diamonds

เมื่อมาถึงระดับนี้ผู้เล่นบางคนอาจจะพบว่ามันยากมาก เนื่องจากมีผู้เล่นหลายคนที่อยู่ในระดับนี้แล้วพบว่ามันยากมากที่จะเลื่อนขั้นไประดับต่อไป สาเหตุอาจเป็นเพราะคู่ต่อสู้ในแต่ละแมตช์ฉลาดขึ้นและมีความสามารถที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามเราไม่ควรที่จะใช้เหตุผลนั้นในการยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะยิ่งถ้าคุณผ่านระดับนี้ไปได้คุณก็จะพึงพอใจในฝีมือการเล่นของตัวเองมากขึ้นเช่นกัน

เช่นเดิมการจะผ่านระดับนี้ไปได้คุณจะต้องผ่านด่าน 3 ด่าน และทำคะแนนได้อยู่ระหว่าง เห็นว่า 2,601-3,200 เมื่อครบแล้วก็เตรียมตัวขึ้นไปยังระดับต่อไป

หากอันดับของคุณเป็นไดมอนด์ระหว่างการรีเซตฤดูกาล คุณจะได้รับรางวัล 3,000 โกลด์พร้อมรางวัลเพิ่มเติมมากมาย โดยรางวัลพิเศษเหล่านี้ ได้แก่ หน่วยอันดับโทเค็น หน่วยชิ้นส่วนตัวละคร กองไฟ บัตรกำนัล Gold Royale เป็นต้น

6. Heroic

6. Heroic

การที่จะมาถึงแรงนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายฉะนั้นผู้เล่นระดับนี้จึงถือได้ว่าเป็น ผู้เล่นระดับยอดเยี่ยม โดยในการที่จะมาถึงระดับนี้ได้ ผู้เล่นจะต้องมีคะแนนอย่างน้อย 3,201 แต่เมื่อมาถึงแรงค์นี้แล้วคุณก็จะพบว่ามันมีความยากมากขึ้นอีกขั้น เนื่องจากคุณจะพบผู้เล่นมืออาชีพหรือแม้แต่ทีม Free Fire esports ที่กำลังเริ่มต้นอาชีพของพวกเขาในแรงค์นี้

หากคุณอยู่ที่ระดับนี้และมีการรีเซตฤดูกาล คุณจะมีสิทธิ์รับรางวัลมากมาย ได้แก่ ทอง 5,000 พร้อมโทเค็นอันดับหน่วยเพิ่มเติม 750 ธงฮีโร่ 1 อัน และเสื้อฮีโร่ ซึ่งในความเป็นจริงถ้าคุณเล่นแล้วได้มาถึงระดับนี้ มันก็น่าภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างมาก

7. Grandmasters

7. Grandmasters

ผู้เล่นอันดับสูงสุดใน Free fire จาก 300 อันดับแรกของแต่ละประเทศถือเป็นผู้เล่นระดับปรมาจารย์ ฉะนั้นแล้วผู้เล่นที่พบเจอได้เป็นส่วนใหญ่จะเป็นผู้เล่นมืออาชีพจากทีมอีสปอร์ต ในระดับนี้ ซึ่งเมื่อคุณรีเซตซีซัน คุณจะได้รับรางวัลในรูปของอวาตาร์และแบนเนอร์ปรมาจารย์ที่เคลื่อนไหวได้

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG